ผู้เขียน หัวข้อ: ร่างกายแข็งแรงสำคัญมากกว่าความร่ำรวยอย่างแน่นอนมาดูแลสุขภาพกันเลยดีกว่า  (อ่าน 3 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

10-11-2018 , 01:17:39
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 52648
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

สิ่งที่พวกเราควรใส่ใจไว้เสมอว่า มั่งคั่งร่างกายแข็งแรงกว่ามั่งคั่งเงิน ทั้งสุขภาพที่เกิดขึ้นกับร่างกายรวมทั้งสุขภาพที่เกิดขึ้นกับจิตการบรรลุผลทางการเงินจะไร้สาระอะไรเลยถ้าสุขภาพย่ำแย่ไป แล้วก็บางครั้งบางคราวจำเป็นต้องนำเงินที่หามาได้จ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาลกระทั่งหมดคนบางบุคคลพยายามคิดบัญชีมาตลอดชีวิต แต่ว่าปลดปล่อยให้สุขภาพย่ำแย่ รวมทั้งพบว่าเงินทั้งปวงที่หามาไม่อาจจะซื้อสุขภาพไว้ได้จึงจำต้องเสียชีวิตไปอย่างทุกข์ระทมแสนสาหัสโดยปกติหากได้รับพรยอดเยี่ยม 3 ข้อให้อธิษฐานได้ตามความฝันสิ่งที่คนเราชอบอธิษฐานกันก็คือขอให้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตขอให้แต่งงานที่ดีรวมทั้งขอให้รวยแต่ถ้ามีพรให้เลือกอธิษฐานได้เพียงแค่ข้อเดียวสิ่งที่จะต้องเลือกเป็นลำดับแรกๆเป็นการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เพราะเหตุว่าถ้าเกิดมีโรครุมเร้า การจะมีคู่ที่ดีหรือมั่งมีขนาดไหนก็ไร้สาระ ซ้ำยังเป็นภาระหน้าที่ให้คู่สมรสหรือครอบครัวจำเป็นต้องมารอรักษาอีกสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง คือการบรรลุผลที่ตีค่ามิได้ แต่ว่าหาได้น้อยมากที่คนไหนกันจะหันมาดูแลสุขภาพอย่างเป็นจริงเป็นจัง จวบจนกระทั่งจะป่วยไข้ขึ้นมาจึงค่อยเริ่มรู้สึกแต่ก็มักจะสายเหลือเกินการบรรลุผลในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านคู่รัก การศึกษาการงาน การคลัง ฯลฯ จะไม่มีค่าอะไรเลยถ้าไม่มีร่างกายที่แข็งแรง ปัญหาสุขภาพสามารถทำลายการบรรลุผลทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่เคยมีมาไดภายในเวลาอันเร็วทันใจ
ความสำราญของยังอยู่ในโลกของโลกียะก็คือ ความสำราญที่ได้มาจากการเร่งเร้าประสาทสัมผัสนั่นเอง อีกทั้งรูป รส กลิ่นเสียง สัมผัส หรือนามธรรมทั้งหลายที่เข้ามากระทบ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ดวงใจ ก่อเกิดสุขเวทนา ตัณหา อุปาทานฉะนั้นเมื่อทวารใดทวารหนึ่งเสียหาย ความสบายที่ได้รับจากทวารนั้นจะหมดไปในทันที จะมีคุณประโยชน์อะไรหากมีเงินซื้อจอแอลซีดี (LCD) สามมิติราคาหลายแสนบาทแม้กระนั้นตามองไม่เห็นจะเป็นประโยชน์อะไรกับการท่องเที่ยวต่างประเทศ ในช่วงเวลาที่ตนเองเดินไม่ได้ จะมีสาระอะไรกับการแต่งงานที่อบอุ่น ถ้าเกิดตนเองมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน
สุขภาพที่แข็งแรง คือการบรรลุผลที่สำคัญที่สุดคนสุขภาพแข็งแรงจะมองมีชีวิตชีวา ใบหน้าแจ่มใส มีพลังกายกำลังใจสูง ซึ่งจะส่งผลทางอ้อมไปสู่การบรรลุเป้าหมายด้านอื่น ๆ อีกด้วยมนุษย์เรามักไม่ค่อยทราบว่า สิ่งที่ตัวเราเองถือครองอยู่มีค่าเท่าไรจวบจนกระทั่งจะสูญเสียมันไป สุขภาพเป็นของมีค่าที่สุดในชีวิต แต่บางบุคคลไม่เคยฟูมฟักแล้วก็ดูแลรักษาเลย จนเมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมาจึงค่อยตระหนัก แต่ว่าเมื่อถึงเวลานั้นก็ยากเกินที่จะเยียวยาหรือแม้จะบำบัดรักษาได้ ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายไปเป็นจำนวนมากบางครั้งบางคราวอาจเป็นเงินเก็บตลอดชีพเลยก็ได้
แม้ว่าโรคภัยไข้เจ็บบางจำพวกจะมีต้นเหตุที่เกิดจากพันธุกรรม ซึ่งมียีนแอบแฝงที่กระตุ้นให้เกิดโรคหลบซ่อนอยู่ (Initiator Gene) แต่ว่ายีนนี้จะไม่ทำงาน หากไม่มีการกระตุ้นจากสภาพแวดล้อม (Promoter) ได้แก่ ผู้ที่มียีนมะเร็งปอดแฝงอยู่ แต่ถ้าหากดำรงชีวิตอย่างมีสติสัมปชัญญะไม่สูบบุหรี่ มานะหลบหลีกควันพิษ ไอระเหยต่าง ๆ กินอาหารที่มีสาระ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ยีนโรคมะเร็งที่มีอยู่ก็จะฝ่อไปในที่สุด ไม่สามารถแสดงผลได้ โรคจำนวนมากมิได้ส่งผลมาจากพันธุกรรมทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ สภาพแวดล้อมก็เป็นต้นเหตุก่อโรคได้เช่นเดียวกัน ถ้ารู้ตัวว่ามีการเสี่ยงที่จะเป็นโรคใดโรคหนึ่ง เช่น เบาหวาน ความดัน หัวใจ ไต ตับ หรือแม้แต่โรคประสาท เพราะมีประวัติคนภายในครอบครัวป่วยไข้ก็จะต้องเฝ้าระวัง เพียรพยายามศึกษาหาข้อมูลการปฏิบัติตน เพื่อเลี่ยงสิ่งที่จะกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดโรค มีโรคประจำตัวที่หลบหลีกไม่ได้ก็สามารถผ่อนหนักให้เป็นค่อยได้เรื่องจริงแล้วธรรมชาติสร้างอวัยวะให้พวกเราไว้อย่างกล้าแกร่งมาก ยก ตัวอย่างเช่น “ฟัน” สามารถบดเคี้ยวได้ตรงเวลา 70 ปีโดยที่จะเกิดการสึกเพียงนิดหน่อย ถ้านำเหล็กขนาดเท่ากับฟันมาสีกัน เชื่อได้ว่าไม่เกิน 2 ปีเหล็กนั้นจะกุดจนถึงหมดไป แม้กระนั้นปัจจุบันนี้ก็มีผู้ที่ฟันผุ ฟันเสียกันจำนวนมาก ไม่ใช่เพราะว่าธรรมชาติวางแบบมาไม่ดี แต่ว่าเนื่องจากว่าคนที่ใช้ปล่อยปละละเลยดูแลรักษา เช่นเดียวกับอวัยวะอื่น ๆ หัวใจ ไต ตับ ปอด หรือแม้กระทั้งเส้นโลหิต นับได้ว่าเป็นประติมากรรมลำดับสูงสุดของธรรมชาติที่สร้างมาให้ใช้งานได้อย่างต่ำ 100 ปี แต่ด้วยการดำรงชีพอย่างประมาท ทำให้อายุขัยของอวัยวะสั้นลง
อีกสิ่งหนึ่งซึ่งสามารถทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพได้อย่างกะทันหันทันทีทันใดเป็นอุบัติเหตุแม้ว่าจะมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงเท่าใดแต่ว่าเมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น จะมีปัญหาด้านสุขภาพทันที และก็บางโอกาสถึงกับขนาดสูญเสียอวัยวะ เป็นเจ้าชายนิทรา เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ฯลฯ การดำนงชีพอย่างมีสติสัมปชัญญะจะช่วยคุ้มครองป้องกันได้ พยายามหมั่นฝึกรุ่งเรืองสติอยู่เป็นประจำ ๆ อุบัติเหตุต่าง ๆที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่ว่ามีเหตุมาจากกรรมเก่า มนุษย์เราสามารถเอาชนะบาปได้ด้วยสติ ดังที่หลวงพ่อชาเคยกล่าวไว้ว่า “เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือกฎแห่งกรรมยังมีวิปัสสนากรรมฐาน”ตามแนวความคิดของ อับราฮัม มาสโลว์ ปรมาจารย์ทางด้านจิตวิทยาบอกไว้ว่า มนุษย์จะมีความต้องการทางด้านร่างกายเป็นลำดับแรก เช่น อาหาร ยารักษาโรค การหายใจ การขับถ่ายการนอนหลับ อื่นๆอีกมากมาย ตราบเท่าที่ความจำเป็นในระดับค่อนข้างต่ำสุดนี้ยังมิได้รับการตอบสนอง จะไม่มีความต้องการไปถึงความต้องการในระดับที่สูงขึ้น รวมทั้งแม้ว่าจะประสบผลสำเร็จในชีวิตแค่ไหน ถ้าความจำเป็นขั้นต้นนี้ไม่ได้รับการโต้ตอบก็จะใส่ความสุขมิได้ ดังเช่นว่า มาริลีน มอนโร, เอลวิส เพรสลีย์, ไมเคิล แจ็กสัน อื่นๆอีกมากมาย ที่ล้วนเสียชีวิตด้วยการกินยานอนหลับเกินขนาด จะมองเห็นได้ว่า แม้แต่ความจำเป็นพื้นฐานอย่างการนอนให้หลับยังทำไม่ได้ การร่ำรวยเป็นพันล้านแต่ว่ามีปัญหาสุขภาพไม่ว่ากายหรือหัวใจ ท้ายที่สุดเงินที่มีก็ซื้อความสบายมิได้
ความสุขที่จริงจริงมาจากสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง ซึ่งคำว่า “สุขภาพ” แปลตรงตัวก็ได้ความหมายว่า สภาพแห่งสุข เมื่ออายุมากขึ้นจะทราบว่าสุขภาพที่ดีมีค่ามากกว่าสิ่งอื่นใดทั้งปวง มีชีวิตที่มิได้มีเงินมีทองอะไร แต่ว่ามีร่างกายแข็งแรงก็จะเป็นสุข การดำรงชีวิตของคนเราในตอนนี้ ถ้าเกิดเทียบแล้ว สบายและดีกว่าฮ่องเต้ในโบราณกาลด้วยซ้ำ ยุคนั้นไม่มีห้องน้ำแบบบ้านในตอนนี้ ต้องใช้กระโถน ไม่มีระบบท่อ พัดลม แอร์ โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ อื่นๆอีกมากมาย ยารักษาโรคยิ่งไม่ต้องเอ๋ยถึง มีแต่สมุนไพรซึ่งได้ผลการดูแลรักษาไม่แน่นอนซึ่งคนที่ทุกข์ยากลำบากที่สุดในโลกปัจจุบันนี้ก็ยังสามารถเข้าถึงยารักษาโรคที่มีคุณภาพได้มากกว่าใครๆก็อยากได้มีร่างกายแข็งแรง อายุยืนยาว และดูอ่อนกว่าวัย ก็เลยค้นหากลวิธีสำหรับเพื่อการชะลอวัย รวมทั้งเสริมความแข็งแรงด้วยแนวทางต่างๆนานา ในช่วงเวลาที่ผู้คนจำนวนมากอาจตั้งคำถามว่า ที่เรากินวิตามินหรืออาหารเสริมเข้าไปมากมายก่ายกองนั้น แท้จริงแล้วเราได้รับวิตามินมากจนเกินไป หรือวิตามินนั้นไปเสริมส่วนที่ขาดใช่หรือไม่ขอทําความรู้ความเข้าใจก่อนว่า ความชื่นชอบในการรับประทานวิตามินเริ่มขึ้นในยุโรปและอเมริกา เนื่องจากผู้คนมีพฤติกรรมการกินของกินที่ไม่เหมาะกับสุขภาพ จนมีคนป่วยมากมาย จึงพอๆกับเปิดทางทางให้บริษัทอาหารเสริมทั้งหลายใช้ข้อด้อยนี้เป็นแผนการตลาด โดยเจาะกลุ่มเป้าหมายผู้ป่วยโดยตรง รวมทั้งท้ายที่สุดก็เลยขยายมาสู่ฝูงคนธรรมดาทั่วไป โดยอ้างว่าจำต้องได้รับอาหารเสริมเพียงแค่นั้นเท่านี้เพื่อสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง โดยไม่บอกว่าแหล่งที่มาของวิตามินพวกนั้นมาจากการกินของกินอะไรบ้าง เมื่อหลายปีก่อนหน้านี้คุณอาจจะเคยได้ฟังข่าวสารกระเทือนแวดวงอาหารเสริมในอเมริกาอย่างใหญ่โต เมื่อนักกีฬาซีอดังเสียชีวิตไม่เคยรู้ต้นเหตุขณะฝึกฝน ซึ่งเขามีอายุเพียง 23 ปีแค่นั้น และพบอาหารเสริมชนิดหนึ่งที่มีส่วนผสมของ Ephedro อยู่ในล็อกเกอร์ของเขา จึงทําให้หน่วยงานอาหารและยา ทบทวนการใช้อาหารเสริมดังกล่าวมาแล้วข้างต้นเพราะฉะนั้น ถ้าเกิดคุณต้องการรับประทานอาหารเสริมก็อย่าได้หลงเชื่อเพียงแต่คำโฆษณาถึงผลดีอันมาก ควรควรระวังผลเสียด้วย เนื่องจากว่าถ้ารับประทานมากและก็รับประทานติดต่อนานเกินความจำเป็น อาจเกิดอันตรายได้ ยกตัวอย่างการกินวิตามินบี 6 แต่ละวันเกินวันละ 10 มิลลิกรัม อาจทําให้สูญเสียความรู้สึกที่มือและก็เท้าได้ หรือกินสารเบต้าแคโรที่มีขนาดสูง โดยกินติดต่อกันนานๆก็อาจกระตุ้นมะเร็งในผู้ดูดบุหรี่ได้เช่นเดียวกัน อย่างที่เรารู้กันดีว่าถ้ากินอาหารให้นานาประการ จะพบว่าการขาดสารอาหารนั้นมีน้อยมาก แล้วก็แทบไม่มีความจําเป็นสำหรับเพื่อการทานอาหารเสริมเลย ตอนที่กลุ่มชนที่ขาดสารอาหาร มักกำเนิดในกรุ๊ปผู้มีรายได้น้อย เนื่องจากไม่สามารถเลือกรับประทานอาหารได้ครบถ้วนสมบูรณ์ หรือบางรายก็กินอาหารเดิมๆโดยยิ่งไปกว่านั้นอาหารจานด่วนทั้งหลาย
มาถึงที่ตรงนี้หลายท่านบางทีอาจนึกสงสัยว่า แล้วเราจะรู้ได้เช่นไรว่าร่างกายของเราควรจะได้รับวิตามินใดบ้าง ง่ายสุดเลยก็จำเป็นต้องตรึกตรองจากอาหารที่เราเลือกรับประทาน ควรรับประทานให้มากมาย และผักสดและผลไม้ (แนวทางกล้วยๆกินให้ครบ 5 สี) แต่ว่าถ้าไม่สามารถเลือกได้ ก็ให้เลือกกินวิตามินที่ไม่สะสมในร่างกาย เนื่องจากว่าหากเกินสิ่งที่มีความต้องการจะสามารถขับทิ้งได้ ได้แก่ วิตามิน B และ C แต่วิตามินที่รับประทานแล้วสะสมได้ก็คือวิตามิน A, D, E, K ค่ะ
สำหรับรับประทานวิตามินเป็นประจํา อย่าลืมทดลองพินิจปริมาณที่ควรจะกินต่อวันด้วย ดังเช่น วิตามินซีในปริมาณ 500-1,000 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นขนาดเหมาะเจาะที่ร่างกายควรจะได้รับในวันแล้ววันเล่า หรือแคลเซียม 2000 มก.ต่อวัน เหมาะสมสําหรับสตรีวัยหมดประจําเดือน เพราะว่าช่วยคุ้มครองปกป้องกระดูกพรุนได้ หรือสาวขึ้นมาอีกนิดแล้วก็กําลังท้อง ชี้แนะว่าให้กิน 1,500 มก.กำลังดีค่ะ ส่วนธาตุเหล็กนั้น โดยธรรมดาในคนปกติควรได้รับ วันละ 8-15 มก. ส่วนคนไข้โลหิตจางที่ขาดธาตุเหล็ก ควรจะได้รับวันละ 50-100 มก.ค่ะ
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : การกินอาหารเสริม

ขอบคุณบทความจาก : https://thaihealth108.wixsite.com/mysite

Tags : อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ