ผู้เขียน หัวข้อ: ช่วยชาติประหยัดพลังงานด้วยรถประหยัดพลังงาน  (อ่าน 5 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

11-07-2018 , 16:10:44
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 123
    • ดูรายละเอียด


       “ นวัตกรรมช่วยชาติ ประหยัดพลังงานได้ง่ายๆ ใกล้ตัวคุณ ” เชื่อว่าหลายๆ คน คงได้ยินประโยคนี้กันมาบ้างซึ่งเป็นนโยบาย Energy 4.0 นโยบายทางด้านพลังงาน ที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้พลังงานของผู้คนในอนาคต ทั้งในภาคสังคมเมืองและเกษตรกรรม ซึ่งมุ่งให้เกิดผลจริงในการปฏิบัติ

          ตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงที่ใกล้ตัวซึ่งจะเกิดในชีวิตประจำวัน คือ การใช้ไฟฟ้าในแต่ละครัวเรือน ที่สมาชิกในบ้านสามารถควบคุมการเปิดปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าผ่านระบบปฏิบัติการในมือถือได้แม้จะอยู่นอกบ้านก็ตาม เช่น การควบคุมการเปิดหรือปิด ไฟฟ้า ทีวี และ เครื่องปรับอากาศ เป็นต้น พร้อมกันนี้ยังสามารถทราบข้อมูลยอดการใช้ไฟฟ้าและค่าไฟฟ้าในบ้านตัวเองผ่านระบบมือถือได้อีกด้วย ซึ่งนอกจากนี้ยังรวมไปถึงเรื่องการขนส่งด้วยเช่นกัน ในบ้านเราเองก็มีผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่หลายเจ้าที่เข้าร่วมโครงการประหยัดพลังงาน มีการผลิตรถประหยัดพลังงานออกมาเพื่อช่วยในเรื่องของการประหยัดพลังงานเช่นกัน รถประหยัดพลังงานตามที่รัฐบาลมีโครงการในเรื่องการประหยัดพลังงาน มีชื่อโครงการอย่างเป็นทางการว่า อีโค่ คาร์ (ECO-Car) เป็นโครงการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ ในประเทศไทย ที่มีขนาดกะทัดรัด แต่จะถูกประกอบขึ้น ภายในเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไม่แพ้รถยนต์รุ่นใหญ่ๆ เพื่อเป็นการตอบโจทย์ ด้านการประหยัดน้ำมัน รักษาสิ่งแวดล้อม และปลอดภัย ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจยุโรปแห่งสหประชาชาติ (UNECE) ซึ่งเป็นที่ยอมรับทั่วโลก โดยในขณะนี้ ค่ายรถยนต์ต่างๆ ได้ส่งรถ อีโค่ คาร์ (ECO-Car) ออกมาจำหน่ายกันทั่วไป ซึ่งเราก็จะพบเห็นได้ตามท้องถนน ซึ่งรถยนต์ ECO-Car หรือรถประหยัดพลังงานนี้ มีข้อดีที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน คือ

      1. มีความคล่องตัว เพราะเป็นรถยนต์ขนาดเล็ก ขับขี่ง่าย ใช้งานได้สะดวก แม้อยู่ในพื้นที่จำกัด มีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 1,300 CC สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน และ 1,400 CC สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล
      2. สะอาด เพราะเป็นรถยนต์ที่ก่อให้เกิดมลพิษต่ำ โดยผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานการผลิตของ UNECE ซึ่งมาตรฐานนี้ได้บังคับใช้ในสหภาพยุโรป และประเทศไทยได้นำมาบังคับใช้ ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2555 นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ต้องมีปริมาณการระบายก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ (CO2) ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกไม่เกิน 120 กรัม/กิโลเมตร ด้วย
      3. ประหยัดเชื้อเพลิง เพราะเป็นรถยนต์ที่มีอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเพียง 20 กิโลเมตร/ลิตร หรืออาจจะประหยัดได้มากกว่านั้น
      4. ปลอดภัย รถประหยัดพลังงานเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของ UNECE ที่สหภาพยุโรปบังคับใช้ในปัจจุบัน